Profile

תמונת השער
กวีศิลป์ พระเครื่อง
8,744 עוקבים|69,789,961 צפיות
מידע כלליפוסטיםאוספיםתמונותYouTube

Stream

 
 
แกงคั่วหมูใส่มะพร้าวคั่ว >
..... แกงคล้ายแกงหนูค่ะ ^^.....
(...ส่วนผสมของเมนูนี้...)
1.หมูสามชั้น
2.ใบยี่หล่า
3.น้ำพริกแกง
(...เครื่องปรุงรส...)
1.น้ำปลา
2.ผงชูรส
(...ส่วนผสมน้ำพริกแกง..)
1.พริกขี้หนูแห้ง ><
2.ผิวมะกรูด
3.หัวกระเทียม
4.กระชาย
5.กระปิ
6.เครื่องเทศ(คั่วเครื่องเทศก่อนนำไปตำค่ะเพราะจะเพิ่มความหอมมากขึ้นค่ะ)
(...วิธีทำตำน้ำพริกแกง...)
1.โคลกผิวมะกรูดให้ละเอียดหยิบ
2.ตามด้วยโคลกเครื่องเทศ ตามด้วยพริกขี้หนูแห้ง
3.ตามด้วยกระเทียม และกระชาย และกระปิพอปลายก้อย
(...วิธีปรุงเมนูนี้...)
1.ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอนำมันร้อนกลางๆนำน้ำพริกแกงลง เจียวให้น้ำพริกแกงหอม
2.ตามด้วยเนื้อหมูที่สับไว้แล้ว คลุกเคล้าเนื้อหมูให้ทั่วน้ำพริกแกง
3.พอเนื้อหมูสุกปานกลาง (ดูอย่าให้หมูสุกเกินเพราะจะทำให้เนื้อหมูแข็ง) ตามน้ำปลา ผงชูรส
4.ตามด้วยใบยี่หล่าและมะพร้าวคลุกให้ทั่วแล้วปิดไฟจ้า
(ถ้าเขียนวิธีทำไม่ละเอียดต้องขออภัยค่ะ ><)

ขอบคุณที่มา :Pare Sabaiphae‎‎‎ ‎‎‎ ทาง facebook
 ·  תרגם
צפה בפוסט המקורי
18
תמונת הפרופיל של กานดา พลวงษ์
 
สุดยอดน่าแซ่บๆ
 ·  תרגם
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
ระหว่างอยู่ฆราวาส เราก็ฝึกเสีย ให้มีขันติ ความทนทาน ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยความลำบาก ให้มีวิริยะความพากเพียรในคุณงามความดีทุกสิ่งทุกอย่าง เพียรละสิ่งที่ไม่ดีนั่น เพียรละ เพียรถอน มันจะทำไม่ดีก็เพราะใจนั่นแหละ มันเป็นผู้ทำ สกนธ์กายนี้เป็นเครื่องใช้ต่างหาก มันเป็นของกลาง ไม่ใช่ของใคร ของเราเป็นของกลาง ผู้ฉลาดมาใช้อันนี้ ใช้สกนธ์กายอันนี้ทำคุณงามความดี ร่างกายนี้มันไม่เป็นสาระแก่นสาร ทรัพย์สมบัติวัตถุภายนอกก็ไม่เป็นแก่นสาร ชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่เป็นสาระแก่นสาร เมื่อผู้ฉลาด ผู้มีปัญญา ผู้ไม่ประมาทแล้ว มาทำร่างกายให้ประกอบคุณงามความดี มีการเดิน การยืน มีการนั่ง การนอน ประกอบอยู่อย่างนั้น ได้ชื่อว่าทำสกนธ์กายของตนให้เป็นสาระแก่นสาร ทำชีวิตของตนให้เป็นสาระแก่นสาร
บริจาคให้ทานไปตามได้ตามมีตามเกิด ก็ได้ชื่อว่าทำทรัพย์สมบัติวัตถุภายนอกให้เป็นแก่นสาร เอาเข้ามาไว้เป็นอริยทรัพย์ภายในของตนเสีย การทำความเพียรทุกสิ่งทุกอย่าง เรียกว่าทำอริยทรัพย์ของตน ทำให้ตน เมื่อเรายังไม่พ้นทุกข์ ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารจักรนี้ ทรัพย์อันนี้ไม่มีสูญมีหายไปไหน ต้องติดตามไปทุกภพทุกชาติ ให้ได้ความสุขทุกภพทุกชาติ จึงว่าควรทำ ค่อยทำไปๆ แต่ก่อนๆ ท่านที่เป็นฆราวาส ท่านก็ได้สำเร็จพระโสดา สกิทาคา อนาถบิณฑิกก็ดี นางวิสาขาก็ดี ว่าแต่ผู้จำได้ ส่วนนอกนั้นก็นับไม่ถ้วน พวกฆราวาสที่สำเร็จพระโสดา สกิทาคา อนาคา ผู้มีศรัทธา ผู้มีความยินดีแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้เลือกว่าต้องนุ่งเหลืองจึงจะสำเร็จ ไม่ใช่ นุ่งขาวก็ไม่ว่า นุ่งเหลืองก็ไม่ว่า หัวโล้นก็ไม่ว่า หัวดำก็ไม่ว่า สำเร็จหมด ชั้นสูงก็ไม่ว่า ชั้นต่ำก็ไม่ว่า สำเร็จหมด ไม่เลือกชั้นเลือกวรรณะ ไม่เลือกชาติเลือกภาษา
ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าทำลงไปแล้วไม่มีผล ไม่มี ต้องมีผลทีเดียว ทำน้อยก็ได้รับผลตามน้อย ทำมากก็ได้รับผลตามมาก ติดตนเป็นอริยทรัพย์ สมบัติอันนี้ได้รับผลตามกำลัง พวกคุณเกิดมาชาตินี้ก็สมบูรณ์ทุกอย่าง บาปก็ไม่ได้ทำสักหน่อย มันเป็นผู้บริบูรณ์แล้ว พึงเข้าใจว่าเราไม่พ้นในชาตินี้ มันก็รู้จักกันเดี๋ยวนี้ละ
พระพุทธเจ้าบอกรู้จักกันเดี๋ยวนี้แหละ จะเป็นเทพยดา อินทร์ พรหม ก็รู้จักแต่เป็นมนุษย์นี่แหละ เสวยสวรรค์ดิบอยู่ในมนุษย์นี่แหละ จะได้ไปพระนิพพานก็เสวยอยู่ในมนุษย์นี่แหละ ได้เห็นในมนุษย์นี่เสียก่อน เหมือนพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วนั่นแหละ นิพพานดิบในมนุษย์ รู้แจ้งเห็นแจ้งอยู่ในมนุษย์นี่เสียก่อน
...หลวงปู่ขาว อนาลโย...
 ·  תרגם
6
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

10.ประวัติพระเกจิอาจารย์  - 
 
วันนี้วันที่ ๓๐ พฤษภาคม เป็นวันคล้ายวันมรณภาพหลวงปู่ทา จารุธัมโม “พระอริยเจ้าผู้มีธรรมอันงามพร้อม” ครบ ๙ ปี องค์หลวงปู่ทา จารุธัมโม เมื่อสมัยวัยหนุ่มท่านเคยล้มป่วยปางตาย น้าชาย-หญิงของท่านสวดอ้อนวอนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้ท่านหายป่วยและสัญญาว่าถ้าหายป่วยจะให้ท่านบวช จากนั้นก็ให้ท่านภาวนา พุทโธ จนหายเป็นปกติ ทำให้ท่านเชื่อมั่นในพุทธศาสนา ต่อมาหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มี ญาณมุนี พร้อมคณะ เดินทางธุดงค์กรรมฐานมาที่บ้านชีทวน หลวงปู่ทาฟังธรรมะจากหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มี จึงตั้งจิตขอบวชไม่สึก หลวงปู่มี ญาณมุนี ท่านนำศิษย์ มีและหลวงปู่ทา จารุธัมโม ร่วมเดินทางมาธุดงค์ที่"ถ้ำมืด" หรือถ้ำซับมืด บ้านซับม่วง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และอยู่จำพรรษาที่ถ้ำซับมืด อย่างเรียบง่าย ถือสันโดษ สมถะ เปี่ยมล้นด้วยเมตตา "หลวงปู่ทา จารุธัมโม" ได้ละสังขาร วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๐ รวมสิริอายุ ๙๘ ปี ๖๕ พรรษา

ธรรมะหลวงปู่ทา จารุธัมโม

".. สติตั้งอยู่ที่ใจ ดูอยู่ที่ใจ มองอยู่ที่ใจ เห็นอยู่ที่ใจ เพ่งอยู่ที่ใจ กำหนดอยู่ที่ใจ พิจารนาอยู่ที่ใจ อิริยาบท๔ ยืน เดิน นั่ง นอน สติอันเดียว ก็ไม่หลาย .."

“.. สังขารไม่เที่ยง หลีกเลี่ยงเสียให้พ้น อนันตาไม่มีตัวตน อย่ากังวลว่าร่างกาย ..”

"จะทำมั้ยเล่า..ถ้าทำจริง ก็ได้จริง"

"สติตั้งอยู่ที่ใจ ดูอยู่ที่ใจ รู้อยู่ที่ใจ"

หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ท่านเกิดในสกุล อารีวงศ์ ในวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา ตรงกับวันอังคารที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๒ ที่ตำบลคู่เมือง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ท่านเป็นบุตรของนายลี – นางเขียว อารีวงศ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๙ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๗ น้อง ๒ คนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก

ตอนเป็นเด็กท่านไม่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือ ต้องช่วยบิดา มารดา เลี้ยงน้อง เลี้ยงควาย บิดา มารดา ของท่านเกิดในตระกูลสัมมาทิฏฐิใสบาตรเข้าวัดฟังธรรมอยู่เป็นประจำ พอท่านอายุได้ ๕ ขวบ โยมมารดาของท่านเสียชีวิต หลังจากนั้นไม่นานนัก โยมบิดาก็เสียชีวิตตามไปอีกคน ท่านต้องเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเล็ก ลูกทั้ง ๗ คน ต้องแยกย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ ส่วนท่านไปอยู่กับโยมน้าหญิง ซึ่งท่านเรียกว่า “แม่น้า” ที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันแยกเป็นจังหวัดยโสธร) โยมน้าไม่มีลูกจึงรับท่านเป็นบุตรบุญธรรม ให้การเลี้ยงดู ให้ความอบอุ่น เป็นอย่างดี ท่านได้ช่วยโยมน้าทำไร่ ปลูกอ้อย เลี้ยงควาย เมื่อว่างจากหน้าที่การงานทางบ้าน ท่านจะไปอยู่วัดรับใช้พระ

พอท่านอายุได้ ๒๐ ปี ได้อุปสมบทที่ วัดใหญ่ชีทวน และได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดท่าชีทวน เป็นเวลา ๕ พรรษา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มีอาจารย์ผู้สอนอุบายธรรม ท่านจึงได้ลาสิกขาบทเพื่อมาช่วยงานทางบ้าน มีอยู่วันหนึ่ง ท่านและเพื่อนได้ไปตัดต้นชาติ ที่ราวป่าติดลำโดมใหญ่ เพื่อเอาไม้มาทำฮวงหีบอ้อย (เครื่องหีบอ้อย) เพื่อนแต่ละคนแสดงอาการคึกคะนอง และพูดจาไม่สุภาพ ส่วนท่านสำรวมระวังตัวอยู่เสมอ

หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อที่ไปตัดไม้ด้วยกันได้ล้มป่วยและเสียชีวิตไปทีละคนๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนท่านก็ล้มป่วย มีอาการหนักมาก นอนอยู่ที่ระเบียงบ้าน ฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ท่านได้ยินเลย โยมแม่น้าได้พูดที่ข้างหูว่า จะตายจริงๆ หรือ และบอกให้ภาวนา “พุทโธ” ภาวนาไปสักระยะหนึ่ง จิตเริ่มสงบ หลังจากนั้น อาการไข้ได้ทุเลาลง และหายไปในที่สุด

กาลต่อมาคณะพระธุดงส์กรรมฐานมี หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล เป็นหัวหน้าคณะ และมี หลวงปู่มี ญาณมุนี พร้อมคณะได้เดินทางผ่านบ้านชีทวน และปักกลดที่ป่าบ้านชีทวน เพื่อเดินทางต่อไปยังบ้านข่าโคม อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ชาวบ้านชีทวนพอทราบข่าวว่า คณะพระธุดงส์มาปักกลด ตกเย็นหลังจากเสร็จกิจการงานทางบ้าน ชาวบ้านชีทวนได้พากันออกไปฟังธรรม โยมพ่อน้า แม่น้า ก็ออกไปฟังธรรมกับเขา หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ได้มีโอกาสติดตามไปด้วย คณะพระธุดงส์ได้ผลัดเปลี่ยนกันแสดงธรรม ท่านได้ฟังธรรมจาก หลวงปู่มี ญาณมุนี เกิดศรัทธาเลื่อมใส ตั้งใจว่า หากได้บวชจะบวชกับพระอาจารย์องค์น

หลังจากนั้น ราว ๓ ปี ท่านได้กราบลา พ่อน้า แม่น้า ผู้เปรียบเสมือนบิดามารดาคนที่สองของท่าน เพื่อไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ หลวงปู่มี ญาณมุนี ท่านได้เดินทางลงไปทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา ๑ เดือน แล้วจึงย้อนกลับมาหา หลวงปู่มี ญาณมุนี ฝากตัวเป็นศิษย์ ปรนนิบัติรับใช้ หลวงปู่มี ญาณมุนี อยู่ที่เสนาสนะป่าบ้านสูงเนิน ปัจจุบันคือ วัดป่าญาณโสภิตวนาราม

ตลอดระยะเวลา ๓ ปี ท่านได้ทำกิจวัตร เหมือนพระทุกอย่าง ทำวัตรเช้า - เย็น ตกกลางคืนเดินจงกรมภาวนา ถึง ๖ ทุ่ม จึงขึ้นที่พัก เมื่อ หลวงปู่มี ญาณมุนี เห็นว่าท่านตั้งใจทำกิจวัตรมีกริยามารยาทเรียบร้อย สมควรที่จะบวชได้แล้ว จึงอนุญาตให้บวชได้

ท่านได้อุปสมบทเมื่ออายุ ๓๔ ปี ในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ เวลา ๑๑.๒๔ น. ณ อุโบสถวัดใหญ่สูงเนิน อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา โดยมี หลวงปู่มี ญาณมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เนียม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการถนอม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายา “จารุธมฺโม” แปลความหมายว่า “ผู้มีธรรมประดุจทอง”

ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสในองค์ หลวงปู่มี ญาณมุนี เป็นอย่างมาก ท่านได้ตั้งใจประพฤติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตามคำอบรมสั่งสอนของ หลวงปู่มี ญาณมุนี ทุกประการ ท่านว่า ถ้าผู้ใดบวชมาอยู่กับ หลวงปู่มี ญาณมุนี แล้วไม่ตั้งใจ ประพฤติปฏิบัติ หลวงปู่มี ญาณมุนี จะขับออกจากสำนักทันที ท่านอยู่จำพรรษากับ หลวงปู่มี ญาณมุนี ที่เสนาสนะป่าบ้านสูงเนิน เป็นเวลาหลายปี พอออกพรรษาท่านก็เที่ยววิเวกไปตามที่ต่าง ๆ

ท่านเล่าให้ฟังว่า ในชีวิตของท่าน ท่านกลับบ้านเกิดเพียง ๒ ครั้ง
ครั้งที่ ๑ ไปเผาศพแม่ใหญ่ (ยายของท่าน)
ครั้งที่ ๒ ไปเผาศพพี่ชาย

ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ หลวงปู่มี ญาณมุนี หลวงพ่อทองพูล จิตปญฺโญ และ หลวงพ่อสุพีร์ สุสญฺญโม ได้ขึ้นไปวิเวกทางภาคเหนือ และอยู่จำพรรษาที่วัดดอยพระเกิ๊ด อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม อยู่ดูแลวัดป่าสูงเนิน เพื่อคุมงานก่อสร้างศาลาการเปรียญ ช่วงที่ หลวงปู่มี ญาณมุนี เที่ยววิเวกที่เชียงใหม่ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ท่านเข้าออกอยู่ระหว่างวัดป่าสูงเนินกับวัดป่าสระเพลง วัดป่าสระเพลงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สัปปายะถูกจริตกับท่านมาก

ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำซับมืด ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นป่าดงดิบ ไข้มาเลเรียระบาดหนัก มีสัตว์ป่านานาชนิด เช่น เสือ เก้ง กวาง หมูป่า เป็นต้น พอออกพรรษาท่านได้กลับไปอยู่ที่วัดป่าสูงเนิน เพื่อเตรียมการฉลองศาลาการเปรียญ และท่านได้ขึ้นไปเชียงใหม่ เพื่อกราบนิมนต์ หลวงปู่มี ญาณมุนี ให้มาเป็นประธานฉลองศาลาการเปรียญที่วัดใหญ่สูงเนิน หลังจากจัดงานฉลองศาลาการเปรียญเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลวงปู่มี ญาณมุนี มีความประสงค์จะขึ้นไปเชียงใหม่อีกครั้ง โดยให้ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ติดตามไปด้วย

ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ –๒๕๑๑ หลวงปู่มี ญาณมุนี หลวงปู่ทา จารุธมฺโม และ หลวงพ่อสุพีร์ สุสญฺญโม ได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดดอยพระเกิ๊ด อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ได้เล่าถึง หลวงปู่มี ญาณมุนี ว่าท่านมีเมตตาต่อท่านมาก ท่านว่าไม่ว่าผมไปอยู่ที่ไหน หลวงปู่มี ญาณมุนี จะให้ผมมาอยู่กุฏิใกล้ๆ ท่าน ท่านว่าเวลาเรียกหาจะได้ยิน ส่วนพระรูปอื่นให้แยกกันอยู่ห่างๆ กัน

ท่านได้เล่าถึงอดีตกรรมของท่านว่า ในคราวที่ท่านไปบำเพ็ญเพียรภาวนาที่วัดป่าโคกมะกอก มีอยู่วันหนึ่งท่านเป็นไข้หนัก โยมมานิมนต์ไปสวดมาติกาบังสุกุล ขณะที่สวดมาติกา อาการไข้ก็หนักอยู่ พอกลับมาถึงกุฏิอาการไข้ก็ไม่ได้ทุเลาลง ท่านจึงนั่งสมาธิ ผินหน้าไปทางหน้าต่าง ภาวนาจนจิตสงบ เกิดนิมิตเห็นควายกับฮวงหีบอ้อย (เครื่องหีบอ้อย) จิตบอกว่า รู้แล้ว รู้แล้ว รู้แล้ว ท่านได้ลุกขึ้นอาเจียนที่หน้าต่าง หลังจากนั้น อาการไข้จึงค่อยทุเลาลง

ท่านได้ย้อนรำลึก ถึงครั้งเป็นฆาราวาส ท่านเคยบังคับควายให้หีบอ้อย ควายพึ่งกินหญ้ามาใหม่ๆ มันไม่ยอมเดิน ท่านตีบังคับให้มันเดิน เมื่อบังคับมันมากๆ มันอวกหญ้าอ่อนที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา ท่านเกิดความสลดสังเวชจึงเลิกบังคับมัน เพราะกรรมนี้เองปรากฏให้เห็นในนิมิต ทำให้ท่านเป็นโรคลม และอาเจียนเป็นประจำ

ท่านได้เร่งความเพียรอย่างหนัก ที่วัดป่าสระเพลง ถึงเนสัชชิกไม่นอนตลอด ๗ วัน ขณะนั่งสมาธิได้ยินเสียงเหมือนมีใครมาเทศน์อยู่ข้างหลัง เทศน์เรื่อง อริยสัจจ์ ๔ ประมาณ ๑–๒ ชั่วโมง เป็นธรรมะอันลึกซึ้ง ซึ่งท่านไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน ท่านจึงนึกถึงคำพูดของ หลวงปู่มี ญาณมุนี ที่เคยกล่าวกับท่านว่า “ให้ภาวนาจนถึงขั้นพระพุทธเจ้ามาเทศน์ให้ฟัง นั่นถึงจะดี” ดังนั้น หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ท่านเป็นผู้สืบทอดข้อวัตรปฏิบัติ ปฏิปทา จาก หลวงปู่มี ญาณมุนี ได้มากที่สุด อาจจะพูดได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวก็ว่าได้

ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ หลวงปู่มี ญาณมุนี ได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำซับมืด โดยมี หลวงปู่ปู่ทา จารุธมฺโม และ หลวงพ่อสุพีร์ สุสญฺญโม ติดตามมาอยู่ด้วย ตั้งแต่นั้นมา หลวงปู่ปู่ทา จารุธมฺโม ท่านก็ไม่เคยไปจำพรรษาที่ไหนอีกเลย

ถึงแม้หลังจาก หลวงปู่มี ญาณมุนี จะได้มรณภาพไปแล้วก็ตาม ท่านก็ได้อยู่จำพรรษากับ หลวงพ่อสุพีร์ สุสญฺญโม อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ด้วยการทำให้ดู เป็นอยู่ให้เห็น ฉันน้อย นอนน้อย ปฏิบัติให้มาก ท่านครองสมณเพศ อย่างเรียบง่านสมถะ ถือสันโดษ เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใส ของพระภิกษุ สามเณร ตลอดจนสาธุชนทั่วไป รวมทั้งมีพระกรรมฐาน ทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต ได้มาอยู่ร่วมกับท่าน ปฏิบัติตามธรรมวินัย อยู่ร่วมกันอย่างเย็นใจตลอดมา

ตลอดระยะเวลา ๔–๕ ปี ก่อนท่านมรณภาพ การอาพาธก็บ่อยขึ้น แต่ท่านก็ไม่พึงปรารถนาที่จะไปหาหมอ หรือเข้าพักรักษาที่โรงพยาบาลแต่อย่างใดเลย มีอนุโลมบ้างตามคำขอของลูกศิษย์ในบางครั้ง ท่านพูดเสมอว่า หมอเข้าก็รักษาตามหน้าที่ของเขา เราก็ดู เราก็รู้ของเราอยู่เสมอ แม้อาพาธจะรุมเร้า ท่านยังรักษาปฏิปทา ปฏิบัติศาสนกิจได้เป็นอย่างดี เมตตาต่อลูกศิษย์อย่างไม่มีประมาณ

ท่านพูดเสมอว่าท่านจะตายที่นี่ (กฏิของท่าน) ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ท่านได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ที่กุฏิอันเป็นที่พักประจำของท่าน เข้าสมาธิแบบสงบนิ่ง ไม่มีอาการขึ้นลงทางธาตุขันธ์ ตรงกับเวลา ๒๑.๓๙ น. รวมสิริอายุ ๙๘ ปี พรรษา ๖๕

/\ /\ /\
 ·  תרגם
2
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
ปลุกเสกตน

ปลุกเสกให้แล้วนะ นี่แหละการเจริญปลุกเสกตน ของภายนอกโลหะต่าง ๆ ก็ศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้น นี่ข้อสำคัญ ทีนี้ เราซึ่งเป็นชาวพุทธ หวังความบริสุทธิ์ก็จงน้อมเอา ธรรมะธัมโม สังฆะสังโฆ คำสอนของพระพุทธเจ้ามาปลุกเสกตน เดินปลุกเสก ก้าวขวา พุทโธ ก้าวซ้าย ธัมโม ก้าวขวา สังโฆ จะเดินนานเท่าไหร่ เอาจนเหนื่อยล้านั่นแหละ เป็นการเจริญมรรค เดินเหนื่อยแล้วก็ยืน ยืนจนเหนื่อยล้าเป็นประมาณ จะกำหนดเท่านั้นเท่านี้ไม่ว่า นั่นแหละเอาจนเหนื่อยล้า แล้วจึงเปลี่ยนอิริยาบทใหม่ ยืนก็หายใจเข้า พุท ออก โธ เท่านั้น เสร็จวิธีการยืนแล้วก็นั่ง พูดย่อ ๆ นะ ไม่พูดยาวเหมือนอย่างที่ทำมา

....หลวงปู่จันทา ถาวโร
 ·  תרגם
9
תמונת הפרופיל של หน่อย
 
สาธุ สาธุ สาธุ ฯ
 ·  תרגם
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
พากันเร่งทำนะ เดี๋ยวมันจะสายเกินไปนะชีวิตของเรานี้ ไม่ใช่ปล่อยให้เขาเผาไฟทิ้งเสียให้เปล่าประโยชน์ รีบเร่งทำให้มันเข้าสู่สติ สมาธิ ปัญญาให้มันได้ แล้วมันจะได้เห็นความอัศจรรย์ของใจ เหมือนอย่างที่พูดให้ฟังหลายครั้งแล้ว ตัวเราจะได้ปัจจัตตัง คือรู้เองเห็นเองในตัวของเรา
หลวงปู่คูณ สุเมโธ
วัดป่าภูทอง จ.อุดรธานี
 ·  תרגם
4
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
“เตือนตัวเอง”
..ถ้ารู้ว่าสิ่งไหนไม่ดี ถ้ายังไปทำอยู่แล้ว แสดงว่าเราไม่ใช่คนนะระยะนี้ ให้เตือนตัวเองอีกทีหนึ่ง ว่าเราต้องการไม่อยากเป็นคน หรือว่าเราอยากเป็นคน หรือเราอยากเป็น เทวดา อินทร์พรหม ขึ้นไปโน้น หรืออยากดีไปกว่านั้น หรืออยากได้เพียงแค่นั้น..
หลวงปู่ศรี มหาวีโร
 ·  תרגם
8
תמונת הפרופיל של หน่อย
 
สาธุ สาธุ สาธุฯ
 ·  תרגם
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
เรื่อง "อย่าข้ามมรรค ภาวนาอย่ามักง่ายข้ามขั้นตอน"
ต้องปฏิบัติให้ถึง “เอกัคคตาจิต” ให้ "อริยมรรค" เกิดขึ้นเสียก่อน หนทางอื่นไม่มี การเรียน”อภิธรรม” นั่นก็ดีอยู่ แต่จะต้อง "ไม่ติดตำรา" มุ่งเพื่อรู้ความจริงหาทางพ้นทุกข์จึงจะถูกทาง
(โอวาทธรรม หลวงชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
อย่ามักง่ายข้ามขั้นตอน อย่าข้ามมรรค ต้องปฏิบัติให้ถึง “เอกัคคตาจิต” ให้ "อริยมรรค" เกิดขึ้นเสียก่อน หนทางอื่นไม่มี การเรียน”อภิธรรม” นั่นก็ดีอยู่ แต่จะต้องไม่ติดตำรา มุ่งเพื่อรู้ความจริงหาทางพ้นทุกข์จึงจะถูกทาง อาตมาว่า " วิปัสสนา" นี่มันทำไม่ได้ง่ายๆ จะไปทำเอาเลยไม่ได้ ถ้าไม่ดำเนินไปจาก "ศีล" ลองดูก็ได้ เรื่องศีลเรื่องสิกขาบทบัญญัตินี่ ถ้ากายวาจาไม่เรียบร้อยแล้ว ก็ไปไม่รอด เพราะเป็นการ “ข้ามมรรค”
บางคนพูดว่า “สมถะไม่ต้อง” ข้ามไปทำ ”วิปัสสนา” เลย อาตมาว่า มันก็ไปไม่รอดเหมือนกัน คนมักง่ายหรอกที่พูดเช่นนั้น ถ้าจะข้ามไปเลยมันก็สบายเท่านั้น อะไรที่ยากแล้วข้ามไปใครๆ ก็อยากข้าม "เรื่องศีล เรื่องธุดงค์วัตร" พวกเราต้องพยายามปฏิบัติ พวกญาติโยมก็เหมือนกัน ถึงปฏิบัติอยู่บ้านก็ตาม พยายามให้มีศีลห้า กาย วาจาของเราพยายามให้เรียบร้อย พยายามดีๆ เถอะ ค่อยทำค่อยไป
 ·  תרגם
2
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
ศีลเป็นรั้วกั้นความคะนองทางกายวาจา มีใจเป็นผู้รับผิดชอบในงานและผลของงานที่กายวาจาทำขึ้น คนที่ไม่มีศีลเป็นเครื่องป้องกันความคะนอง เป็นผู้ที่สังคมผู้ดีรังเกียจ ไม่เป็นที่ไว้วางใจของสังคมทั่วไป แม้จะเป็นสังคมในวงราชการหรือสังคมใดๆ ก็ตาม ถ้ามีคนทุศีลไม่มียางอายทางความประพฤติแฝงอยู่ในสังคมและวงงานนั้นๆ แม้แต่คนเดียวหรือสองคน แน่ทีเดียวที่สังคมและวงงานนั้นๆ จะตั้งอยู่เป็นปึกแผ่นแน่นหนาไม่ได้นาน จะต้องถูกทำลายหรือบั่นทอนจากคนประเภทนั้น โดยทางใดก็ได้ ตามแต่เขาจะมีโอกาสทำได้ ในเวลาที่สังคมนั้นเผลอตัว เช่นเดียวกับอยู่ใกล้อสรพิษตัวร้ายกาจ คอยแต่จะขบกัดในเวลาพลั้งเผลอ ฉะนั้น
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโณ
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
 ·  תרגם
8
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
บางท่านก็บอกว่า “ดิฉันพิจารณาข้ามเวทนาไม่ได้”
เราสำคัญว่าเราเป็นเวทนา เวทนาเป็นเรา
มันก็ข้ามเวทนาไม่ได้
สำคัญว่ากายเป็นเรา เราเป็นกาย
มันก็ข้ามกายไม่ได้...
สำคัญว่าจิตเป็นเรา เราเป็นจิต
มันก็ข้ามจิตไม่ได้
มันก็มีอุปาทานอยู่นั่น
มันก็ข้ามไม่ได้ละซิ

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
 ·  תרגם
5
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
เรื่อง "วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยเป็นเหมือน ไวรัส"
(คติธรรม หลวงพ่อชา สุภัทโท)
วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยก็เหมือน "ไวรัส" ที่ทำให้การปฏิบัติ "หยุดชะงัก" เมื่อลูกศิษย์ขี้สงสัยชอบมาถามปัญหากับหลวงพ่ออย่างไม่รู้จักอิ่ม ท่านมักไม่ตอบคำถาม แต่จะบอกว่า ถ้าผมตอบปัญหาเล็กๆน้อยๆ ทุกปัญหาของท่าน ท่านก็จะไม่มีทางรู้เท่าทัน ถึงการเกิดดับของความสงสัยในใจท่าน เป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่ท่านต้องเรียนรู้ที่จะสำรวจตัวท่านเอง สอบถามตัวท่านเอง และหลวงพ่อเตือนสติว่า
"ปัญหาไม่ได้จบด้วยคำพูดของคนอื่น"
"แต่มันจบด้วยการกระทำของตัวเราเอง"
 ·  תרגם
5
הוסף תגובה...

กวีศิลป์ พระเครื่อง
בעלים

2.ข้อคิดหลักธรรมคำสอน  - 
 
"ปาก จมูก" เป็น "ประตู"
"หู ตา" เป็น "หน้าต่าง"
เราต้องคอย "ปิดเปิด" ให้ถูกกาลเวลา
จึงจะได้รับ "ประโยชน์และปลอดภัย"
(คติธรรม ท่านพ่อลี ธัมมธโร)
••••••••••••••••••••••••••••••
 ·  תרגם
9
תמונת הפרופיל של หน่อย
 
สาธุ สาธุ สาธุฯ
 ·  תרגם
הוסף תגובה...
האוספים של กวีศิลป์
פרטי איש קשר
בית
טלפון
080-3505198
כתובת
180-184 ถ.พรรณา อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000