FACEBOOK INC. และการปกป้องความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป-สหรัฐอเมริกา
Facebook Inc. (“Facebook”) ให้การรับรองกับกรอบโครงสร้างการปกป้องความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป-สหรัฐอเมริการ่วมกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ลงโฆษณา ลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของเราในสหภาพยุโรป (“พาร์ทเนอร์”) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการที่อธิบายไว้ในหัวข้อ ขอบเขต ด้านล่างนี้และในใบรับรองของเรา หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการปกป้องความเป็นส่วนตัว โปรดไปที่www.privacyshield.gov
ขอบเขต Facebook ยึดถือตามหลักการการปกป้องความเป็นส่วนตัวสำหรับธุรกิจด้านต่างๆ ของเรา (เรียกรวมว่า “บริการของพาร์ทเนอร์”) ดังต่อไปนี้
- Workplace โดย Facebook Workplace เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานร่วมกันและแชร์ข้อมูลในที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พาร์ทเนอร์ (ผู้ว่าจ้างหรือองค์กร - ผู้ควบคุมข้อมูล) อาจส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับสมาชิกของตนมายัง Facebook โดยมี Facebook Ireland เป็นผู้ประมวลผลและมี Facebook Inc. เป็นผู้ประมวลผลย่อย โดยพาร์ทเนอร์และสมาชิกจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะส่งข้อมูลใด แต่มักครอบคลุมถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลติดต่อทางธุรกิจ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าและพนักงาน เนื้อหาและการสื่อสารที่พนักงานเป็นผู้สร้าง และข้อมูลอื่นๆ ภายใต้การควบคุมของพาร์ทเนอร์ ทั้งนี้ หากสมาชิกต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สมาชิกสามารถติดต่อพาร์ทเนอร์ผู้ถือบัญชีผู้ใช้ Workplace ของตนและขออ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Workplace ได้
- โฆษณาและการวัดผล Facebook เสนอผลิตภัณฑ์โฆษณาและการวัดผล และ Facebook อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากพาร์ทเนอร์ที่ไม่ได้อยู่ในเครือ (ผู้ควบคุมข้อมูล) ผ่านทางบริการเหล่านั้น โดยที่มี Facebook Ireland เป็นผู้ประมวลผลและมี Facebook Inc. เป็นผู้ประมวลผลย่อย ซึ่งรวมถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลการติดต่อ และข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งานหรือปฏิสัมพันธ์ของแต่ละบุคคลที่มีกับพาร์ทเนอร์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ บริการ และโฆษณาของพาร์ทเนอร์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โฆษณาและการวัดผลของเรา ให้ไปที่หน้าเกี่ยวกับการโฆษณาบน Facebook และนโยบายข้อมูลของเรา
Facebook จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดหาโดยพาร์ทเนอร์ของเราเพื่อนำเสนอบริการของพาร์ทเนอร์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่บังคับใช้กับบริการของพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องและคำแนะนำของพาร์ทเนอร์ Facebook ทำงานร่วมกันกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละบุคคลจะได้รับการเสนอตัวเลือกที่เหมาะสมซึ่งบังคับใช้ภายใต้หลักการการปกป้องความเป็นส่วนตัว
การเข้าถึง ภายใต้ขอบเขตที่เราได้รับอนุญาตให้กระทำการนั้น และเพื่อให้สอดคล้องกับภาระผูกพันของเราภายใต้การปกป้องความเป็นส่วนตัว Facebook จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้แต่ละบุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ Facebook เป็นผู้ครอบครองไว้แทนพาร์ทเนอร์ และ Facebook ยังจะกระทำตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่างๆ เพื่อให้แต่ละบุคคลสามารถแก้ไข ปรับปรุง หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลที่แสดงให้เห็นว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทั้งโดยตรงหรือเกี่ยวข้องกับพาร์ทเนอร์
บุคคลที่สาม Facebook อาจถ่ายโอนข้อมูลภายในกลุ่มบริษัทของ Facebook และไปยังบุคคลที่สาม ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการและพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการการปกป้องความเป็นส่วนตัว Facebook จะรับผิดชอบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยบุคคลที่สามซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการการปกป้องความเป็นส่วนตัว ยกเว้นกรณีที่ Facebook ไม่ได้เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความเสียหายใดๆ ตามที่กล่าวอ้าง
คำขอทางกฎหมาย อาจต้องมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่พาร์ทเนอร์ถ่ายโอนมาให้เราตามคำขอทางกฎหมายหรือกระบวนการทางศาลและทางรัฐอื่นๆ เช่น หมายศาล หมายค้น หรือคำสั่งต่างๆ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านหัวข้อ“เราจะตอบสนองต่อคำขอทางกฎหมายหรือป้องกันภัยได้อย่างไร” ของนโยบายข้อมูลของ Facebook และหัวข้อ “คำขอทางกฎหมาย” ของนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Workplace
การบังคับใช้ การปฏิบัติตามหลักการการปกป้องข้อมูลของ Facebook อาจได้รับการตรวจสอบและเป็นไปตามอำนาจการบังคับใช้ของคณะกรรมการการค้าสหรัฐฯ
ข้อสงสัยและข้อพิพาท โปรดติดต่อเรา หากมีข้อสงสัยหรือข้อกังวลใดๆ เกี่ยวกับการรับรองการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา คุณสามารถเลือกระงับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องใดๆ ที่คุณมีกับเราเกี่ยวกับการรับรองของเราผ่าน TRUSTe ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระงับข้อพิพาทที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา คุณสามารถติดต่อกับ TRUSTe ได้ผ่านทางเว็บไซต์ ในบางกรณี กรอบโครงสร้างการปกป้องความเป็นส่วนตัวอาจให้สิทธิ์ในการเรียกอนุญาโตตุลาการที่ผูกพันเพื่อระงับคำร้องที่ระงับไม่ได้ด้วยวิธีอื่น ดังที่อธิบายไว้ในภาคผนวก 1 ตามหลักการการปกป้องความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบโครงสร้างการปกป้องความเป็นส่วนตัว ผู้ประสานงานอาวุโสของกระทรวงต่างประเทศแห่งสหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการของรัฐสภาในการสนับสนุนการดำเนินการคำร้องที่เกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลที่ส่งจากสหภาพยุโรปไปยังสหรัฐฯ ของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของ Facebook โปรดอ่านนโยบายข้อมูล